ยลโฉมโน๊ตบุ๊คใหม่จาก ASUS สำหรับธุรกิจ และงานดีไซต์ ก่อนเปิดตัว 11 มิ.ย. ที่ไทย

ASUS เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ที่พร้อมเข้าไทยในวันที่ 11 มิ.ย.63 นี้ ซึ่งจะประกอบไปด้วยโน๊ตบุ๊ค 2 รุ่นด้วยกัน ส่วนจะมีอะไรบ้างและสเปคจะเป็นอย่างไร เรามาดูความแตกต่างกัน
ASUS ExpertBook B9 หรือ B9450 : โน๊ตบุ๊คธุรกิจ ซีพียู Gen10 ระดับพรีเมี่ยม เบาสุดในโลก

สำหรับ ‘ASUS ExpertBook B9450’ คือโน๊ตบุ๊คสำหรับธุรกิจ ระดับพรีเมี่ยม จัดว่าเป็นตัวท็อปของ ASUS ในปีนี้เลยก็ว่าได้นอกจากจุดเด่นคือมีน้ำหนักแค่ 870 กรัม ยังมีแบตเตอรี่ถึกทน และยังมาพร้อมกับ ระบบสแกนลายนิ้วมือ อยู่ข้าง TouchPad และกล้อง IR Camera ใช้คู่กับ Windwos Hello สำหรับล็อกอินใช้ Window 10 ซึ่งยังมี Webcam Sheid สามารถเลื่อนปิดกล้องได้ ดีไซต์ตัวเครื่องขอบบาง 4 ด้าน สีดูเผินๆ อาจเหมือนเป็นสีดำพื้นๆ แต่ถ้าอยู่ในที่มืดจะรู้ทันทีว่าคือสี Midnight Blue หรือสีท้องฟ้ายามค่ำคืนนั่นเอง
ASUS ExpertBook B9450FA ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่วัยทำงานที่มีลักษณะการทำงานที่ออกนอกสถานที่บ่อยๆ จึงมีน้ำหนักเบา เพื่อให้สะดวกต่อการพกพา
สเปค
ดีไซต์ขอบบาง 4 ด้านความหนา 14.9 มิลลิเมตร
หน้าจอ 14 นิ้ว, แสดงผลที่ความละเอียด 1920 x 1080 (1080p)
ทำจากวัสดุพิเศษ แม็กนีเซียม ลิเทียม อัลลอย ที่มีน้ำหนักเบาและระบายความร้อนได้ดี
CPU Intel Core i5 10510U (น้ำหนัก 870 กก.) / Intel Core i7 – 10510U (น้ำหนัก 995 กรัม)
GPU: Intel UHD Graphics 620 
มีพอร์ต Thunder Bolt 3 (2 ช่อง) + HDMI + RJ45 micro HDMI +USB 3.1 + ไมค์ / หูฟัง + ช่องเสียบสายล็อกโน๊ตบุ๊ค
ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนได้
Wi-Fi6 AX ระยะเชื่อมต่อ Wi-Fi 300 เมตร
มี NumberPad 2.0 แสดงแป้นพิมพ์ตัวเลขบน Touch pad ปรับความสว่างได้ เปิด-ปิดได้
แรม : 16 GB DDR3L
ความจุ : 512 GB / 1TB / 2TB SSD (แบบคู่เพิ่มสูงสุด 4TB)
ความจุ แบตเตอรี่ ใช้ได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง
ถึงน้ำหนักจะเบาแต่ไม่ได้หมายความว่าอ่อนแอ ExpertBook B9450 ถูกจัดว่ามีความทนทานระดับ military-grade หรือถ้าพูดภาษาชาวบ้านคือ รองรับแรงกระแทก และในสภาวะความชื้นสูง หรือ อุณหภูมิสูง ได้อย่างดีเยี่ยม
ProArt StudioBook Series เพื่อชาวครีเอเตอร์

สำหรับ ProArt StudioBook Series จะมีด้วยกัน 5 รุ่นดีไซต์ให้มีความคงทนด้วยวัสดุหลักที่ใช้เหมือน รุ่น ExpertBook B9450 คือ แม็กนีเซียม ลิเทียม อัลลอย CPU Gen 9 ใช้การ์ด Quadro RTX ซึ่งมี AI ใช้วิเคราะห์ประมวลผล หน้าจอผ่านการรับรองจาก PANTONE Validated แสดงผล 4K UHD มีหน่วยวัดมาตรการแสดงผลหน้าจอ Delta E ต้ำกว่า 1 ทำให้การแสดงผลของสีไม่ผิดเพี้ยน ตัวท็อปของรุ่นนี้ก็คือ ProArt SudioBook One ซึ่งเราจะมาดูสเปคของรุ่นนี้กันว่ามีอะไรบ้าง
สเปค
หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 3840×2160 แสดงผล 4K UHD / อัตราส่วน 16 : 9 / Corning Gorilla Glass 5 / ผ่านการรับรองระดับ PANTONE Validated
ซีพียู Intel Core i9 – 9980HK 
การ์ดจอ NVIDIA Quadro RTX 6000 ตัวท็อปรุ่นแรก
SSD 1 TB (เพิ่มได้ สูงสุด 4 TB)
ระบบระบายความร้อนแบบกระจาย
WLAN : Dual-band 2×2 Wi-Fi 5 ; Bluetooth 5.0
พอร์ต  Thunder Bolt 3 (3ช่อง) + Display Port 1.4 (40Gbps)+ DC-in
แรม 64 GB
แบตเตอรี่ 90 Wh
น้ำหนัก 2.9 กก. 
ProArt SudioBook One เหมาะสำหรับใช้งานดีไซต์ระดับ โปรนอกจากนี้ยังใช้ในการประมวลผลวิเคราะห์ในทางการแพทย์ได้ด้วย หรือใช้วิเคราะห์โครงสร้างสถาปัตยกรรม และการทำ 3D animation สามารถประมวลผลคลิปที่มีความละเอียด 8K ได้อย่างดีเยี่ยม ดีไซต์ขอบตัด และดูมีสไตล์ โฉบเฉี่ยวเท่ไม่ซ้ำใคร
นอกจากนี้ในซีรีย์เดียวกันยังประกอบไปด้วยอีก 4 รุ่นที่มีคุณสมบัติรองลงมา ทั้ง ProArt StudioBook Pro X / ProArt StudioBook Pro 15 / ProArt StudioBook Pro 17 และ ProArt StudioBook 15 H500GV
Desktop ProArt Station D9 พีซีตั้งโต๊ะเพื่อพื้นที่ของครีเอเตอร์

นอกจาก โน๊ตบุ๊คแล้ว ASUS ยังนำเสอนพีซีตั้งโต๊ะรุ่นใหม่ ซึ่งจัดอยู่ในรุ่นเดียวกับ ProArt ที่ดีไซต์แบบ Slim เครื่องเล็กไม่เกะกะโต๊ะทำงาน ซึ่งสเปคหลักๆ ก็จะประกอบด้วย
ซีพียู Intel Core i9-9900K
การ์ดจอ Nvidia GeFoce RTX 2080 TI / Quadro RTX 4000
แรม 64 GB
ความจุ 1 TB (เพิ่ม SSD ได้อีก 4 ตัว)
ระบบระบายความร้อนแบบ Hybrid พัดลม 4 ตัว
มีพอร์ต Thuderblot 3
และอื่นๆ
ทั้งหมดคือภาพรวมของโปรดักซ์ใหม่ของ ASUS คร่าวๆ ที่กำลังจะมีการเปิดตัวในไทยพร้อมกันอีก 1 เดือนกว่าๆ หรือก็คือ 11 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ซึ่งรายละเอียดของราคาและสเปคอื่นๆ จะนำมาอัปเดตให้อีกที โปรดติดตามต่อไป

Zanroo.com เสิร์ชเอนจินสัญชาติไทย เปิดผลสำรวจโซเชียลช่วง COVID-19 ย้ำชัดคนไทยกลัวตกงาน

ก่อนหน้านี้เราเคยรายงานอัปเดตสถานการณ์ COVID-19 โดย Zanroo.com เว็บ search engine สัญชาติไทยกันไปแล้ววันนี้ Zanroo ได้รวบรวมรายงานอัปเดต ไทม์ไลน์สถานการณ์ COVID-19 มาให้เราดูอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอด 6 -12 เม.ย. 63 ประเทศไทยเกิดอะไรขึ้นบ้าง และ Social Network ให้ความสนใจหัวข้อใดมากที่สุดมาดูกัน 

ไทม์ไลน์ สถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นในช่วง 6-12 เม.ย.63
นอกจากไทม์ไลน์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นข้างต้นแล้ว จากเทคโนโลยีการ search engine ของ Zanroo ยังได้ตรวจจับหัวข้อที่มีคนพิมพ์ค้นหาในเว็บไซต์ออกมาได้ด้วยเช่น “ห้องเดี่ยวไม่นอนรวม”, “5,000”, “อาหาร” หรือ “งบกลางหมด” และ “งบประมาณทางด้านสาธารณสุขสำคัญ” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาชนสนใจเรื่องการดำเนินชีวิตระหว่างเกิดเหตุวิกฤต ควบคู่ไปกับความสนใจเรื่องมาตรการของรัฐไปพร้อมกัน

คำที่ถูกพูดถึง ที่น่าสนใจ และ #แฮชแท็ก ที่น่าสนใจใน Social network
ต่อไปมาดูเรื่องที่คนไทยกังวลมากที่สุดกันในขณะนี้ ซึ่งจากผลสำรวจพบว่ามี 34% เลยทีเดียวที่กังวลเรื่องการงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตกงาน การลดเงินเดือน การเลิกจ้าง และแนวโน้มการเลิกจ้างที่สูงขึ้น ดังนั้นจากผลสำรวจนี้ ภาครัฐควรให้ความใส่ใจลงมาดูแลประชาชนในส่วนนี้หน่อยเป็นพิเศษ ไม่อย่างนั้นชาวบ้านจะอดตายกันหมด

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของรายงานที่เว็บไซต์ Zanroo รวบรวมประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์ COVID-19 มาให้ทุกคนได้ดูกัน ซึ่งหากใครอยากเข้าไปอ่านกันแบบเต็มๆ สามารถได้ที่ เว็บ https://covid19.zanroo.com/ ได้ทุกสัปดาห์ 
นอกจากนี้ทุกคนยังสามารถดาวน์โหลด Full Report PDF ได้ที่ https://bit.ly/2ydlpAp

สำรวจเทรนด์ พฤติกรรมผู้บริโภคไทยในยุค COVID-19 ผ่าน LINE ทั้งโทร ช้อปปิ้ง อ่านข่าวมากขึ้น

รายงานข่าวจากงานสัมมนาออนไลน์ LIVE EVENT LINE FOR BUSINESS ภายใต้หัวข้อ “THAILAND NOW AND NEXT AFTER COVID-19 พฤติกรรมผู้บริโภคไทยจะเปลี่ยนไปอย่างไรหลังสถานการณ์โควิด-19” โดยได้รับเกียรติจาก คุณสมวลี ลิมป์รัชตามร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะนีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด, คุณพฤทธิสิทธิ์ ประทีปะวณิช หัวหน้าฝ่ายจัดการแพลตฟอร์มและบริการ, และ คุณกณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย

เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคครั้งใหญ่ พึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกกลุ่ม
คุณสมวลี ลิมป์รัชตามร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะนีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในยุค COVID-19 ว่า เป็นวิกฤตที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในระยะสั้น ส่วนประเทศไทย นอกจากปัญหาโรคระบาด COVID-19 ยังประสบปัญหาอื่นๆ อย่างปัญหาหนี้ครัวเรือน ปัญหาสังคม รวมถึงสิ่งที่ผู้คนวิตกกังวลอย่างปัญหาเศรษฐกิจ การว่างงาน ปัญหาหนี้สิน ที่มีส่วนทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง และสิ่งสำคัญที่ตามมาคือ การนำเทคโนโลยีมาประกอบใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น
คุณสมวลีกล่าวต่อว่า พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ประกอบกับเหตุการณ์วิกฤตที่ทำให้ต้องอยู่แต่ในบ้าน จึงทำให้การเลือกซื้อสินค้า การใช้บริการต่างๆ เกิดขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยผู้บริโภคชาวเอเชีย 70% คุ้นเคยกับการเลือกใช้สินค้าแบรนด์ท้องถิ่น โดยเฉพาะสินค้าของใช้ส่วนตัวและเครื่องดื่ม ที่ไม่ต้องขนส่งสินค้าจากต่างประเทศซึ่งใช้เวลานานในการขนส่ง นอกจากนี้  ลูกค้า 63% เลือกซื้อสินค้าจากคุณภาพและสิ่งที่ได้รับจากสินค้านั้นๆ โดยไม่คำนึงถึงราคา ส่วนเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ ก็คือ Auto Shopping Subscription สามารถสั่งซื้อล่วงหน้า ร่วมกับบริษัทขนส่ง Logistics จัดส่งสินค้าตามวันและเวลาที่ต้องการโดยอัตโนมัติ, การนำข้อมูลสินค้ามาให้ลูกค้าทดลองผ่านแอปพลิเคชันแทนการพูดคุยกับพนักงาน เช่น ทดลองเครื่องสำอางก่อนซื้อ
นอกจากนี้ คุณสมวลียังกล่าวว่า ในอนาคต Social Media จะเป็นแหล่งข้อมูลที่ผู้คนติดตามเพิ่มมากขึ้น อย่างเช่นในประเทศจีนที่สื่อออนไลน์กลายเป็นสื่อหลัก (Mainstream Media) สามารถเช็กข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ ดูโฆษณาเพื่อพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce ได้เลย ซึ่งการซื้อขายสินค้าจำเป็นต้องเพิ่มช่องทางออนไลน์นอกเหนือจากช่องทางออฟไลน์ ขยายพื้นที่ให้บริการลูกค้ามากขึ้น และร่วมมือกับทางบริษัทขนส่งเพื่อการส่งสินค้าที่รวดเร็วเช่นกัน
เทรนด์ที่เปลี่ยนไปบนแพลตฟอร์ม LINE ทั้งโทร สั่งอาหาร ช้อปปิ้ง
คุณพฤทธิสิทธิ์ ประทีปะวณิช หัวหน้าฝ่ายจัดการแพลตฟอร์มและบริการ LINE เล่าว่า อัตราการใช้แอปพลิเคชัน LINE นั้นเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ฟีเจอร์พื้นฐานอย่างการโทร LINE Call เพื่อติดต่อสื่อสาร, การซื้อ LINE Sticker ที่อิงกับเหตุการณ์ COVID-19 ซึ่งทาง LINE ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่างการแชร์ภาพหน้าจอผ่าน LINE Desktop บนคอมพิวเตอร์ได้ รวมถึง LINE Official ประเทศไทยที่หันมานำเสนอข่าวและข้อมูลเกี่ยวกับ COVID-19

คุณพฤทธิสิทธิ์กล่าวต่อว่า เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารที่ต้องการบริการเดลิเวอรี่ ทาง LINE ประเทศไทยจึงเปิดโอกาสให้ร้านอาหารสามารถสมัครเข้าร่วมกับ LINE Man แอปพลิเคชันส่งอาหารถึงบ้านผ่านแอปได้ทันที อนุมัติผลภายใน 1 วัน รวมถึงยอดผู้ซื้อสินค้าผ่าน LINE Shopping ที่เพิ่มขึ้น 68% ยอดสั่งซื้อเฉลี่ยออเดอร์ละ 1,500 บาท และอัตราการใช้จ่ายผ่านร้านค้า My Shop บน Official Account ที่มีมากกว่า 9,000 ร้าน ยอดสั่งซื้อเพิ่มมากถึง 300% ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและ Rabbit LINE Pay เพิ่มขึ้น 30%

ยอดการค้นหาคอนเทนต์ LINE Today และ LINE TV เติบโตขึ้น
คุณกณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย กล่าวถึงพฤติกรรมการเลือกคอนเทนต์ของผู้บริโภคว่า ปัจจุบันนี้ ผู้คนต้องการอ่านข่าวสารและความบันเทิงมากขึ้น และต้องการข่าวสารที่มีความน่าเชื่อถือ LINE Today จึงร่วมมือกับสำนักข่าวและสื่ออื่นๆ รวม 260 แห่ง เพื่อนำเสนอข่าวสาร ข้อมูล วิธีการปฏิบัติตัวในช่วง COVID-19 รวมถึงคอนเทนต์บันเทิงต่างๆ เช่น คอนเทนต์รวมแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร ส่วนเวลาที่มียอดผู้อ่าน LINE Today สูงสุด คือช่วง 1 ทุ่มและบ่าย 3 โมง เนื่องจากผู้อ่านส่วนมาก Work From Home มีเวลาพัก เวลาเลิกงานที่เร็วกว่าเดิม และยอดผู้อ่าน LINE Today ในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นเป็น 44 ล้านคน จากปี 2561 ที่มียอดผู้อ่าน 36 ล้านคน

ส่วน LINE TV มียอดค้นหาคอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 2 เท่า รับชมผ่านทางหน้าจอใหญ่ เช่น Android TV, Apple TV, Chromecast เพิ่มขึ้น 42% สำหรับการรับชมร่วมกับสมาชิกในบ้าน และพบว่าระยะเวลาที่ใช้กับ LINE TV เพิ่มขึ้น 30% ทาง LINE TV จึงทำการจัดหมวดหมู่คอนเทนต์ใหม่ในชื่อ Enjoy at Home สำหรับผู้ที่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะเริ่มดูอะไรดี ซึ่งมีทั้ง Y-Series, ละคร Sit-Com, ภาพยนตร์, การ์ตูนอนิเมชัน และรายการทีวี Re-Run โดย Y-Series มียอดชมจากเพศหญิงวัย 18-34 ปีเพิ่มขึ้น ยอดการรับชมอนิเมชันในเดือนมีนาคมเพิ่มจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ถึง 33% และยอดการรับชมเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ถึง 56%
ที่มา : www.facebook.com

กสทช. แจกเน็ตมือถือฟรี 10 GB อัพเน็ตบ้าน 100 Mbps. ช่วยคนไทยสู้ COVID-19 เริ่ม 10 เม.ย.

เมื่อวานนี้ (31 มีนามคม 2563) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือ ประชาชนช่วงวิกฤติไวรัสโควิด-19 โดยการแจกฟรีอินเทอร์เน็ตมือถือ 10 GB และอัพอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็ว 100 Mbps ให้ประชาชนใช้เป็นเวลา 30 วัน ไม่ต้องลงทะเบียนใดๆ ขอรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 10-30 เมษายน 2563 
ขั้นตอนการรับสิทธิอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ สามารถทำได้ด้วยกัน 3 ขั้นตอน
กด *170* ตามด้วยหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และเครื่องหมาย #
โทรออก
รอตรวจสอบสิทธิ์ ประมาณ 5 นาที และรับ SMS ยืนยันการใช้งาน ใช้ฟรี 30 วัน นับจากวันที่ขอ
สามารถขอรับสิทธิ์ได้ภายในวันที่ 10-30 เมษายน 2563 โดยมีข้อจำกัดคือเฉพาะผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้นและ นิติบุคคลจะไม่ได้รับสิทธิ์ ซึ่งผู้ใช้บริการ 1 คน จะได้รับสิทธิ์เพียง 1 เบอร์โทรศัพท์เท่านั้น หากมีเบอร์ติดต่อหลายเครื่อง ต้องเลือกรับสิทธิ์แค่เครื่องเดียว  
สำหรับอินเตอร์เน็ตบ้านผู้ให้บริการจะอัพสปีดให้สูงสุดเท่าที่จะทำได้ ทันทีตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 2563 เป็นระยะเวลา 30 วัน ซึ่งหากเป็นอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ทูดิเอ็ก ความเร็วที่ได้สูงสุดคือ 100 Mbps เลยทีเดียว
ที่มา : www.facebook.com

นักศึกษาไทยหัวใสผุดไอเดียแคมเปญสปอยล์ Netflix ตามป้ายบิลบอร์ด เพื่อรณรงค์ให้คนอยู่บ้าน!

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่แคมเปญจาก Netflix จริงๆ เพราะทาง Netflix ไม่มีทางที่จะยอมสปอยล์หนัง/ซีรีส์ของตัวเองเด็ดขาด แต่นี่คือแคมเปญจาก 2 นักศึกษาชาวไทย หัวใส จาก Miami Ad School Europe ใน Hamburg ประเทศเยอรมัน
เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าและทางรัฐบาลก็ได้รณรงค์ขอความร่วมมือให้อยู่แต่ในบ้านด้วยการ Social Distancing เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้ จนทำให้ Seine Kongruangkit และ Matithorn Prachuabmoh Chaimoungkalo ได้คิดไอเดียนี้คิดมาว่า เห้ยถ้าคุณออกจากบ้านในตอนนี้ คุณจะเจอกับป้ายสปอยล์ Netflix นะ

ไอเดียนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อทั้งสองกลับมาที่ประเทศไทยแล้วพบว่าเกิดการระบาดของไวรัสโคโรน่าเหมือนกันแต่ทั้งสองคิดว่าทางรัฐบาลไม่ได้สื่อสารให้ประชาชนได้รับรู้อย่างมีประสิทธิภาพถึงอันตรายของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าต่อสาธารณะเท่าที่ควร

ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะช่วย โดยทำสิ่งที่เราถนัดที่สุด ด้วยไอเดียสร้างสรรค์
– Prachuabmoh Chaimoungkalo

 [embedded content]

ทางที่ดีที่สุดในการหยุดการแพร่ระบาดของ Covid-19 คือการ #staythefuckhome แต่บางคนคิดว่าฉันไม่เป็นไรหรอกแค่ออกไปชิลเท่านั้น แต่นั่นมันเป็นการแพร่เชื้อมาทำร้ายพวกเรา
ดังนั้นเราจึงใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด เราจะสปอยล์ซีรีส์ Netflix ที่พวกคุณโปรดปราน
เพราะถ้าไวรัสไม่สามารถหยุดคุณจากการออกไปข้างนอกได้ การสปอยล์นี่จะหยุดคุณเอง

และตั้งแต่แคมเปญนี้ออกไป ทำให้มีหลายคนเข้าใจผิดว่ามันเป็นแคมเปญที่เกิดขึ้นจริงๆ แต่มันไม่ใช่แบบนั้น ทั้งคู่ไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่ามันจะกลายเป็นไวรัลที่โด่งดังขนาดนี้ 

อย่าเข้าใจผมผิดนะ เรารู้ว่ามันเป็นแนวคิดที่สวยงามตั้งแต่เริ่มต้นและอย่างนอยมันควรได้รับโอกาสที่จะนำเสนอให้กับตัวแทนหรือลูกค้า แต่เป้าหมายของพวกเราคือการช่วยสร้างการสื่อสารที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้
– Prachuabmoh Chaimoungkalo

แน่นอนว่าแคมเปญนี้ (อาจจะ) เป็นข้อดีให้กับทาง Netflix ก็เป็นได้ เพราะไม่เพียงแต่เป็นการให้คนอยู่บ้านเท่านั้น แต่ยังทำให้คนหันมาดูซีรีส์ที่ค้างอยู่ในจบด้วย และในช่วงที่หลายคนต้อง Work From Home หรือบางคนที่ออกไปไหนไม่ได้ก็หันมาดู Netflix กันเยอะมากจนทำให้ยอดคนดูเพิ่มขึ้นถึง 25% รวมถึงหุ้นของ Netflix ก็โตขึ้นอีก 17% เลยทีเดียว
ทั้งนี้ทั้งนั้นทาง Netflix ก็ไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแคมเปญนี้แต่อย่างใด 
ที่มา : www.forbes.com

รพ.สมุทรปราการ จับมือ ธ.กรุงไทย เปิดตัว Smart Hospital เชื่อมระบบดิจิทัลเพื่อยกระดับสาธารณสุข

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 โรงพยาบาลสมุทรปราการได้จัดงานแถลงข่าวความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย และกลุ่มสตาร์ทอัพ (Startup) เปิดตัวโครงการ Smart Hospital เชื่อมระบบดิจิทัลเพื่อยกระดับสาธารณสุขในการใช้เทคโนโลยีรูปแบบต่างๆ เพื่อเข้ามาช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการพบแพทย์
โดยโครงการ Smart Hospital นั้นมีจุดประสงค์เพื่อลดความแออัดของผู้ป่วยจำนวนมากภายในโรงพยาบาลของรัฐฯ และช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้งานได้แก่

รายชื่อเทคโนโลยีที่อยู่ในโครงการ Smart Hospital
1. Self Check-in
ระบบเช็คอินด้วยตนเอง ซึ่งระบบนี้เราจะได้ยินกันคุ้นหูเมื่ออยู่ในแวดวงการบิน หรือในผู้ที่โดยสารเครื่องบินบ่อยๆ เมื่อมาอยู่ในระบบสาธารณสุข ระบบนี้จะเป็นการลดขั้นตอนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ที่จะมีการทำหน้าที่ตรวจร่างกายเบื้องต้นเพื่อคำนวณผล BMI โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยลดความแออัดในการรอคิวตรวจร่างกายก่อนพบแพทย์ได้เป็นอย่างดี
Credit: https://www.77kaoded.com/content/1304104
2. AI Platform
ใช้ระบบ AI อัจฉริยะเพื่อช่วยคัดกรองผู้ป่วย โดยใช้การสั่งงานด้วยเสียงกับระบบวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสนับสนุนแพทย์ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวินิจฉัยโรค (Intelligent Virtual Medical Assistant and Clinical Decision Support System (CDSS))
Credit: https://timebusinessnews.com/giving-healthcare-advice-from-the-experts-associated-with-chatbot-software/
3. Telemedicine
ระบบให้คำปรึกษาและแนวทางการดูแลรักษากลุ่มผู้ป่วยที่ต้องพบแพทย์เฉพาะทางผ่านระบบ VDO Conference เพื่อให้สิทธิ์ในการเข้าถึงการบริการและการรักษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน

4. Self Payment
ระบบชำระเงินผ่านเครื่องชำระเงินอัตโนมัติ ซึ่งผู้มาใช้บริการสามารถชำระเงินได้ทั้งเงินสด, บัตรเดบิต, บัตรเครดิต, QR Code, รวมถึงการเบิกจ่ายผ่านสิทธิต่างๆ ของรัฐฯ ได้ด้วยตนเอง
Credit: https://www.dailygizmo.tv/2018/12/07/bgh-ktb-self-payment-smart-hospital/
5. Blockchain
ระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยการเชื่อมโยงข้อมูลการรักษาเข้าส่วนกลาง โดยยึดหลักใช้คนไข้เป็นศูนย์กลางและรองรับการส่งต่อผู้ป่วยรักษาในสถานรักษาพยาบาลอื่นๆ ในเครือข่ายของโรงพยาบาลสมุทรปราการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการรักษาได้อย่างเต็มศักยภาพ

ทั้งนี้ ระบบต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ยังอยู่ในช่วงการทดลองใช้งานและริเริ่มจัดทำอย่างเป็นรูปแบบ และยังคงต้องมีผู้แนะนำและมีบุคลากรทางการแพทย์คอยชี้แนะ เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว แต่เมื่อไหร่ที่สามารถใช้งานได้จริง ก็จะสามารถช่วยลดการใช้งานบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี

อวดโฉม 7 สตาร์ทอัพไทยโชว์ล้ำในงาน CES 2020 พร้อมผลักดันรุ่นใหม่สู่ CES 2021

บริษัท โซเชียลแล็บ จำกัด ร่วมด้วย ดีป้า ธนาคารกรุงไทย จับมือสำนักบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมพระจอมเกล้าลาดกระบัง และหน่วยงานพันธมิตร ดันสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการเทครุ่นใหม่โชว์ศักยภาพด้านเทคโนโลยีภายใต้ Thailand Pavilion ในงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง CES 2021 ณ ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา
ณ บริเวณโถงหน้าห้องออดิทอเรี่ยม ชั้น 6 ทรู ดิจิทัล พาร์ค สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร อาทิ ธนาคารกรุงไทย, Gadget Accelerator หรือ GAX บริษัท โซเชียล แล็บ จํากัด, สํานักบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมพระจอมเกล้าลาดกระบัง, ผนึกกําลังจัดงานแสดงผลงานของสตาร์ทอัพและกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายแลกเปลี่ยนความรู้ (Thailand Pavilion Alumni Experience Sharing and Demo Day) ของ 7 สตาร์ทอัพที่ได้ไปโชว์ในงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก หรือ CES 2020 ครั้งแรกของประเทศ และได้รับกระแสตอบรับที่ดีกลับมา พร้อมประกาศความพร้อมติดสปีดอุตสาหกรรมดิจิทัลด้วยหัวข้อเสวนา “อนาคตสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดโลก” เดินหน้าผลักดันนวัตกรรมไทยให้ตอบโจทย์ธุรกิจสู่เวทีโลก 
ยกทัพผลักดันสตาร์ทอัพไทยสู่เวที CES 
“ซี” ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซเชียลแล็บ จํากัด กล่าวว่า งาน CES 2020 ที่ผ่านมาแตกต่างจากปีก่อน ๆ เพราะเป็นปีแรกของประเทศไทยที่มีการจัดที่ศาลาไทย (Thailand Pavilion) ภายใต้แนวคิด Made in Thailand นํานวัตกรรม เทคโนโลยี และซอฟต์แวร์ที่สร้างสรรค์จากสตาร์ทอัพชั้นนําของไทยออกไปสู่เวทีโลก ย้ำให้เห็นว่าไทยก็สามารถผลิตนวัตกรรมได้ และเกิดขึ้นจริงแล้ว ปรากฎการณ์ครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของ Gadget Accelerator หรือ GAX เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจากวงการ สื่อนักประดิษฐ์ ออกแบบ และผลิต ช่วยเตรียมความพร้อมและบ่มเพาะสตาร์ทอัพ รวมถึงผู้สนับสนุนจากทั้ง ภาครัฐ และเอกชน งานนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของสตาร์ทอัพไทยที่จะได้เรียนรู้ เข้าใจเทรนด์โลกเทคโนโลยีแห่ง อนาคต พัฒนาช่องทางขยายตลาด และสร้างเครือข่ายกับพันธมิตรต่างประเทศ
ด้าน ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น DEPA กล่าวว่า ในฐานะ หน่วยงานหลักด้านการส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ได้สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการพัฒนาและสร้างนวัตกรรมดิจิทัล ในรูปแบบเครือข่ายการทํางานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และ สถาบันการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยระบบนิเวศน์นี้จะช่วยให้สตาร์ทอัพแข่งขันในตลาดโลกได้
ขณะที่คุณอารดา เฟื่องทอง ผู้อํานวยการสำนักพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจบริการ กรมส่งเสริม การค้าระหว่างประเทศ เน้นว่า กรมฯ เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการสตาร์ทอัพไทยให้เชื่อมต่อโอกาสทางธุรกิจ สู่ตลาดโลก ซึ่งผู้ประกอบการรายใหม่ในธุรกิจ Tech Startup สามารถขอรับการสนับสนุนทางการเงินได้ ทั้งนี้ กรมฯ จะส่งเสริมกิจกรรมสร้างโอกาสทางการค้าและเครือข่ายทางธุรกิจในต่างประเทศต่อไป
ดร.ธีรวัฒน์ อัศวโภคี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สํานักงานนวัตกรรมข้อมูลเพื่อการขับเคลื่อน ธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย กล่าวย้ำถึงเจตนารมณ์ของธนาคารที่พร้อมร่วมมือสนับสนุนและเป็นที่ปรึกษาทางการ เงินในการสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยเฉพาะด้าน Fintech AI และเทคโนโลยีอื่นมาประยุกต์ใช้กับการดําเนินธุรกิจ เชิงพาณิชย์
7 สตาร์ทอัพได้รับผลตอบรับดีในเวที CES 2020

“ศาลาไทยและสตาร์ทอัพทั้ง 7 รายได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจ การแลกเปลี่ยนนามบัตรกับนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงได้รับการทาบทามให้ไปจัดแสดงผลงานเพิ่มอีกในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ดูไบ เวียดนาม และเยอรมนี เรียกได้ว่าการออกสู่ตลาดโลกในครั้งนี้ เป็นทั้ง inside out และ outside in ที่สามารถนําประสบการณ์และองค์ความรู้มาพัฒนานวัตกรรมแบบเปิด ให้พร้อมต่อยอดเชิง พาณิชย์ในอนาคต” ผศ.ดร.รัชนี กุลยานนท์ ผู้อํานวยการสํานักบริหารงานวิจัย และนวัตกรรมพระจอมเกล้าลาดกระบัง (KRIS) กล่าว
โดยสตาร์ทอัพชั้นนำ 7 รายที่ได้รับการตอบรับอย่างดีประกอบด้วย
1. HG Robotics

พัฒนาโดรนพ่นยาฆ่าแมลง ลดปัญหาสุขภาพของเกษตรกรที่ต้องสัมผัสสารเคมี ซึ่งได้รับความสนใจจากประเทศที่ทำการเกษตรอย่างมาก เนื่องจากตัวหุ่นโดรนนี้สามารถพ่นยาฆ่าแมลงด้วยความรวดเร็วได้ถึง 1 ไร่ ภายใน 2 นาที ที่นอกจากจะช่วยไม่ให้เกษตรกรต้องสัมผัสสารเคมีแล้ว ยังสามารถประหยัดเวลาได้
2. Obodroid Corperation

พัฒนาหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยภายในบ้าน/อาคาร ทําหน้าที่เป็นรปภ. คอยตรวจจับ รายงานสถานการณ์ผิดปกติ และติดตามเป้าหมายเพื่อเก็บภาพส่งตรงไปถึงภาพวงจรปิดของเจ้าของสถานที่ ซึ่งจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความปลอดภัยมากขึ้น และด้วยดีไซต์ที่ดูใหญ่สะดุดตานั้นยังได้รับความชื่นชมจากนานาชาติว่าเป็นหุ่นยนต์ที่น่าจะสร้างความตกใจให้ผู้บุกรุกจนต้องหนีไปได้อย่างแน่นอน 
3. Lumio 3D

Tech Startup รายแรกและรายเดียวในประเทศที่ผลิตเครื่องสแกนสามมิติที่มีความละเอียดสูง สามารถสแกนได้ทั้งโลหะ พลาสติก หรือกระจก ซึ่งการจัดแสดงที่จะไปโชว์ในงาน CES 2020 คือการแสดงสแกนใบหน้าแบบชัดครบทุกองศา โดยจะเอาไว้ใช้ในเรื่องของการศัลยกรรม ซึ่งสามารถปรับใช้โปรแกรม แต่งรูปหน้าได้ทั้งจมูก ปาก โครงหน้า ให้ความละเอียดสูงเพื่อใช้เป็นต้นแบบให้คนทำศัลยกรรมเห็นภาพว่าหากทำแล้วจะได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร
4. Petaneer

นวัตกรรมเพื่อสัตว์เลี้ยงอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นวีลแชร์สําหรับสัตว์พิการที่สามารถปรับระดับได้ ทั้งการลุก นั่ง นอน ด้วยเทคโนโลยีเอไอ นอกจากนี้ยังมีเครื่องส่งสัญญาณรวมถึงกล้องจิ๋วภายในตัวที่สามารถบอกได้ว่าสุนัขของคุณเดินไปไหน หรือจะเป็นลู่วิ่งในน้ำควบคุมผ่านแท็บเล็ต โดยความคิดนี้เป็นการต่อยอดจากโรงพยาบาลสัตว์ที่อยากช่วยให้การทํากายภาพบําบัดของสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องง่าย ซึ่งได้รับ Feedback ที่ดีมากจากต่างชาติ
5. D-N-A-Coding: Health Startup

นวัตกรรมตอบรับกระแสรักสุขภาพด้วยการตรวจสอบอาการแพ้อาหาร 800 ชนิดด้วยเส้นผม ไม่จําเป็นต้องเจาะเลือดให้เจ็บตัว
6. Panacura

อีกหนึ่ง Health Startup ผู้พัฒนากระบวนการตรวจสอบไตเพื่อป้องกันโรคไตวายเฉียบพลันด้วย AKI Rapid Test Strip เพียงแค่ 2 ชั่วโมงก็รู้ผล แถมยังมีขนาดเล็กง่ายต่อการพกพา วิธีใช้คล้ายๆ กับการตรวจครรภ์ เพียงแค่ใช้ปัสสาวะก็สามารถบอกได้จากสีที่เปลี่ยนไปของ AKI Rapid Test Strip ว่ามีภาวะเป็นโรคไตหรือไม่
7. ZaneGrowth: บริษัทโซลูชั่นด้านสมาร์ทลีฟวิ่ง

เสนอแพลตฟอร์ม Aiderycare นาฬิกาสําหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย ซึ่งตัวนาฬิกานี้จะสามารถบอกได้ว่า ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยได้ลุกขึ้นเดิน หรือเกิดอันตรายใดๆ จากการเปลี่ยนแปลงของชีพจร และจะส่งสัญญาณไปขึ้นที่ระบบ จากนั้นหน่วยแพทย์ก็จะสามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันที นอกจากนี้แล้วยังมีระบบแอปพลิเคชันให้กับครอบครัวของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่สามารถเช็คอาการได้แบบเรียลไทม์ด้วย
โดยงาน CES 2021 จะมีขึ้นในวันที่ 6-9 มกราคม 2564 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา สตาร์ทอัพและ ผู้ประกอบการเทคหน้าใหม่ที่มีนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ทั้งที่เคยได้รับรางวัลหรือตกรอบ จากเวทีอื่น หากมีความพร้อม ฝันออกสู่ตลาดโลก เครือข่าย GAX ยินดีที่จะส่งเสริมธุรกิจให้เติบโต ขยาย Scale และต่อยอดไปสู่ระดับนานาชาติ สําหรับองค์กรหรือหน่วยงานอื่นที่มีเป้ําหมายผลักดันนวัตกรรมไทยสู่ เวทีโลก GAX ขอต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเรา สามารถจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.sociallab.co.th/gax

Welcome to Flatsome

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging! Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam […]

Just another post with A Gallery

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. In sed vulputate massa. Fusce ante magna, iaculis ut purus ut, facilisis ultrices nibh. Quisque commodo nunc eget tortor dapibus, et tristique magna convallis. Phasellus egestas nunc eu venenatis vehicula. Phasellus et magna nulla. Proin ante nunc, mollis a lectus ac, volutpat placerat ante. Vestibulum sit amet […]